ข้อมูลข่าวสาร

พฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง

เด็กๆมักมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอยู่แล้ว เดิมทีตัวเองเคยได้รับ

ความสนใจจากทุกคนในบ้านใครก็ให้ความรักและเอาใจใส่ เรียกว่าเป็นหนึ่งเดียวในบ้าน เมื่อครอบครัวมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นทุกคนต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่เกิดความอิจฉาน้องขึ้นมา ปัญหานี้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านคงแก้ไม่ตกกันเลยที่เดียว วันนี้เรามีสาเหตุของการเกิดปัญหา พร้อมวิธีแก้ไขปัญหามาฝากกันค่ะ

สาเหตุมาจาก     

  1. วันที่พี่เห็นพ่อแม่อุ้มน้องใหม่จากโรงพยาบาลเข้ามาในบ้านทุกคนก็มารุม

ให้ความสนใจกับน้องพูดถึงแต่น้องคอยดูแลเอาใจใสตลอดเวลาพี่หลายคนจึงรู้สึกว่าน้องมาแย่งความรักของพ่อแม่แย่งทุกอย่างไปจากตัวเอง ยิ่งเห็นพ่อแม่ป้อนนมให้ อาบน้ำแต่งตัวให้ จับต้องอย่างทะนุถนอมเลยทำให้พี่บางคนซึ่งอยู่ในวัย 2-3 ขวบแล้ว กลับเริ่มมีพฤติกรรมถดถอยกลายเป็นเด็กกว่าวัย อะไรที่เคยทำได้ก็กลับทำไม่ได้ทำไม่เป็น เช่น ปกติกินข้าวเองได้ก็ต้องการให้ป้อน เคยควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะได้แล้วก็กลับไปเป็นเด็กทารก อุจจาระปัสสาวะราดอีก

  1. การที่คุณแม่อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า อดหลับอดนอนจากการเลี้ยงดูน้องซึ่ง

ยังเป็นเด็กทารก บางทีงอแงอาจตื่นกลางคืนมากินนมทุก 4 ชั่วโมง นอกจากจะทำให้คุณแม่ไม่มีอารมณ์ ไม่มีเวลามาเล่นกับพี่แล้ว ยังทำให้คุณแม่บางที หงุดหงิดง่าย ทำให้ความสัมพันธ์กับพี่ยิ่งไม่ดีเข้าไปอีก

9 วืธีป้องกันปัญหาพฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง

             1. เตรียมป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆโดยควรเตรียมที่สำหรับการมีน้องตั้งแต่น้องยังอยู่ในท้องแม่ โดยการพูดคุยถึงน้องซึ่งกำลังเติบโตอยู่ในท้องแม่น้องกำลังจะมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว อาจชวนให้พี่มาคลำที่หน้าท้องแม่ เพื่อสัมผัสน้องที่กำลังดิ้นอยู่ในท้องแม่และให้พี่ช่วยกอดน้องที่อยู่ในท้อง ให้อ่านหนังสือนิทานให้ฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้อาจพูดคุยถึงข้อดีของการมีน้องใหม่ เช่น จะได้มีเพื่อนเล่น ไม่เหงา ได้ช่วยเหลือกันเมื่อโตขึ้น

             2. อธิบายและแสดงให้พี่เห็นว่าสิ่งที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อน้องนั้นเป็นเพราะน้องยังเป็นเด็กทารก และตอนพี่เป็นเด็กทารกพ่อแม่ก็ปฏิบัติกับพี่แบบนี้เหมือนกัน ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักถ่ายวิดีโอขณะลูกยังเล็ก เก็บไว้ดูเป็นโอกาสดีครับ ถ้าจะไปค้นเอาวิดีโอสมัยที่พี่ยังเป็นเด็กทารกมาให้พี่ดูแล้วอธิบายว่า เห็นไหมสมัยหนูยังตัวเล็กๆเท่าน้องพ่อแม่ก็ป้อนข้าว อาบน้ำให้หนู ทะนุถนอมหนู เหมือนที่ทำกับน้องตอนนี้เหมือนกัน พี่ก็จะเข้าใจอะไรๆได้ดีขึ้น และลดความรู้สึกอิจฉาน้องลงได้มากครับ

             3. ป้องกันและหลีกเลี่ยงคำพูดกระทบจิตใจลูก เช่น เมื่อญาติๆมาเยี่ยมอย่าพูดว่ามีน้องแล้วไม่มีใครสนใจแล้ว ตอนนี้หนูก็จะเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครรักแล้ว เพราะจะทำให้ลูกไม่มีความมั่นใจในความรักของคุณพ่อคุณแม่ หากญาติหรือเพื่อนซื้อของมาเยี่ยมน้องควรช่วยเผื่อของเล่นหรือของฝากให้พี่ด้วย

             4. หากเกิดปัญหาพี่อิจฉาน้องไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจกับปัญหาและแสดงความเห็นใจพี่ที่มีความรู้สึกว่าน้องมาแย่งทุกอย่างไป คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับพี่ ให้เขาได้ระบายความรู้สึกอึดอัดใจออกมา ขณะเดียวกันก็ประคับประคองจิตใจ ให้ความเข้าใจเห็นอกเห็นใจ

             5. หลีกเลี่ยงการพูดเปรียบเทียบน้องกับพี่และไม่ควรดุว่าหรือลงโทษพี่รุนแรง เนื่องจากที่พี่พูดหรือทำไปก็เพราะความอิจฉาว่าน้องมาแย่งความรักของพ่อแม่ไปจากตัวเอง การดุว่าหรือทำโทษจะยิ่งทำให้พี่เกลียดน้องมากขึ้น คิดว่าน้องเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ไม่รักครับ

             6. ให้พี่ได้มีโอกาสช่วยเหลือดูแลน้องอย่างง่ายๆโดยให้พี่เป็นผู้ช่วยคุณแม่ หากน้องต้องการอะไรให้ ขอให้พี่เป็นผู้ช่วยหามาให้แต่อย่าบังคับให้ทำ ตัวอย่างเช่น ช่วยแม่อาบน้ำทาแป้งให้น้อง ช่วยหยิบขวดนมให้น้องหรืออาจให้พี่ช่วยถือขวดนมขณะน้องดูดนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เปลี่ยนเสื้อผ้า พี่จะได้เรียนรู้ทักษะการหยิบ จับของ การหาของ การวางของให้เข้าที่และยังได้รับคำชมให้เกิดความภาคภูมิใจอีก ตัวอย่างเช่น หากคุณแม่ต้องการให้พี่หยิบเสื้อให้น้องคุณแม่อาจขอร้องให้พี่ช่วย โดยพูดว่าช่วยหยิบเสื้อให้น้องหน่อย หากพี่บอกว่าไม่เอาคุณแม่อาจลองอีกครั้งโดยพูดว่า คุณแม่ต้องการให้หนูช่วยแม่หน่อย เพราะหนูเป็นผู้ช่วยที่ดีจริงๆหากลูกยังปฏิเสธอีก อย่าบังคับลูกและว่ากล่าว โดยพูดว่าไม่มีน้ำใจ หรือทำโทษ เพราะจะทำให้ลูกยิ่งอิจฉาน้องมากขึ้น แต่หากพี่ยินดีช่วยเหลือดูแลน้อง คุณพ่อคุณแม่ก็รีบชมเชย เช่น พูดว่า หนูเก่งมาก เป็นผู้ช่วยที่ดีของคุณแม่เก่งมากลูก และอาจให้รางวัล ก็จะยิ่งทำให้พี่รู้สึกดีกับน้องมากยิ่งขึ้น

             7. เพิ่มเวลาส่วนตัวให้พี่มากขึ้น โดยจัดแบ่งเวลา แบ่งงานของคุณพ่อคุณแม่ ธรรมชาติสร้างพ่อและแม่ไว้ให้ช่วยกันดูแลลูกครับ ระหว่างที่คุณแม่กำลังดูแลน้องเล็ก คุณพ่อก็แยกตัวออกมาเล่นกับพี่ บางเวลาก็สลับกัน พ่อมาดูแลน้องเล็กบ้าง แล้วแม่ก็มาอ่านนิทานให้พี่ฟัง เล่นแป้งปั้น ระบายสี ใช้เวลาส่วนตัวกับพี่โดยไม่มีน้องมายุ่งเกี่ยว เป็นเวลาที่อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง ลูกจะรู้สึกอบอุ่นและไม่รู้สึกว่าถูกแย่งเวลาไป และจะยิ่งทำให้ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น ตรงกับข้ามกับการที่คุณพ่อคุณแม่บางคนดูแลน้องโดยให้พี่เล่นอยู่ใกล้ ๆ พี่มักจะรู้สึกว่าไม่ได้เวลาและความเอาใจใส่จากพ่อแม่อยู่ดี

             8. หากพี่น้องเริ่มโตขึ้น ลองพยายามให้พี่กับน้องได้เล่นด้วยกัน เช่น เล่นเกมจ๊ะเอ๋ ที่ทั้งคู่จะสนุกด้วยกัน เกมจ๊ะเอ๋จะช่วยเรียกเสียงหัวเราะให้น้องได้ ทั้งยังช่วยกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ให้น้องอีกด้วย เมื่อน้องหัวเราะ พี่มักจะรู้สึกสนุกและภูมิใจตามไปด้วยที่ทำให้น้องหัวเราะออกมาได้

             9. แสดงความรักผ่านสื่อสัมผัสทางกายทั้งกับพี่และน้องพร้อมๆกัน เช่น กอดลูกทั้งสองคนพร้อมกัน โดยให้พี่เอามือโอบกอดน้อง เป็นการกอดกันเป็นวงกลม หรือให้ลูกคนโตนั่งตักคุณแม่และอุ้มน้องคนเล็กไว้ด้วย ลูกจะรู้สึกเป็นพิเศษว่าได้นั่งตักคุณแม่ ลูกจะรู้สึกว่าน้องไม่ใช้เวลาของคุณแม่ไปหมดคนเดียว แต่ยังมีเวลา และที่พิเศษกับตัวเองด้วย ลูกจะรู้สึกถึงความรักนั้นได้


ที่มา : นักวิชาการ Brainscan